The Christus statueThe Church of Jesus Christ of Latter-day Saints Search | Feedback | Site Map | Help | Country Sites |
Home Broadcast Archives CES Fireside
Arrow icon acting as a button to Previous Page Previous      

การประชุมเพิ่มประจักษ์พยานของระบบการศึกษาของซีอีเอส สำหรับคนหนุ่มสาว

ศูนย์การประชุมแมริออท มหาวิทยาลัยบริคัมยัง
วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2005 เวลา 18.00 – 19.00 น.
เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน
แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง
ศรัทธาและครอบครัว

Russell M. Nelsonซิสเตอร์เนลสันกับข้าพเจ้ายินดีมากที่ได้อยู่กับท่านในโอกาสพิเศษนี้ หนุ่มสาวกลุ่มใหญ่ที่มาชุมนุมกันทำให้เราตื้นตัน มีอีกจำนวนมากอยู่ทั่วอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย แอฟริกา และตามหมู่เกาะต่างๆ เราสวดอ้อนวอนขอพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตกับเรา เนื่องจากต้องแปลการประชุมครั้งนี้ 28 ภาษา เราจึงสวดอ้อนวอนให้ผู้แปลด้วยเพื่อทุกคนจะได้รับการสร้างสรรค์ด้วยกัน

ข้าพเจ้านำคำทักทายและความรักจากประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ ประธานโธมัส เอส. มอนสัน ประธานเจมส์ อี. เฟาสท์ และพี่น้องของข้าพเจ้าในโควรัมอัครสาวกสิบสองมาให้หนุ่มสาวทุกท่าน เราขอบคุณสำหรับศรัทธา การอุทิศตน และความปรารถนาของท่านที่จะรับใช้พระเจ้า เรารักพวกท่านทุกคน

ข้าพเจ้าขอให้ท่านหยุดจดบันทึกสักครู่ และทำการสำรวจจิตวิญญาณตนเอง ท่านใฝ่รู้และอายุยังน้อย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่มีความทะเยอทะยานสูง ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านคิด พิจารณาตนเอง ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ แต่อย่างที่ท่านจะเป็นในอีก 50 ปีข้างหน้า ลองนึกภาพตัวท่านอย่างที่ท่านจะเป็นในเวลานั้น ความคิดเปิดกว้างและเอวคอดจะสลับที่กัน ท่านสิ้นสุดงานอาชีพ วันทำงานของท่านผ่านพ้น ไม่มีเวลาอีกแล้ว ไม่ต้องตอกบัตร ไม่มีเงินเดือน นึกภาพออกไหมครับ

ต่อไปนี้คือคำถามของข้าพเจ้า ท่าน เห็น อะไรในตัวท่านในอีก 50 ปีข้างหน้า ท่านอยากจะ เป็น อะไรในอีก 50 ปีข้างหน้า ท่าน ต้องการ อะไร กันแน่ ในอีก 50 ปีข้างหน้า

ข้าพเจ้าคิดว่าได้ยินความคิดท่านบอกว่าทำงาน บางท่านอาจพูดว่า “ก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ในอีก 50 ปีข้างหน้า” นั่นเป็นความคิดที่ดี อุบัติเหตุและความเจ็บป่วยเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมรรตัย ซึ่งหมายความว่าบางท่านจะไม่อยู่ที่นี่ในอีก 50 ปีข้างหน้า แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ ดังนั้นจงวางแผนไว้เป็นหลักปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อยกเว้น บางท่านมองเห็นชื่อเสียงหรือความมั่งคั่งในอนาคต แต่พวกท่านส่วนใหญ่ต้องการครอบครัว

ตอนนี้ ข้าพเจ้าขอเชิญซิสเตอร์เนลสันภรรยาสุดที่รักมายืนข้างๆ แดนท์เซลเชิญทางนี้หน่อยครับ บางทีการอยู่ด้วยกันอาจจะช่วยท่านได้ในการวางแผนและบรรลุสิ่งที่ท่านต้องการ หัวข้อข่าวสารของข้าพเจ้าในค่ำคืนนี้คือ “ศรัทธาและครอบครัว” ที่พูดถึงศรัทธาก่อนเพราะมีจุดประสงค์ สิ่งที่เป็นดาวนำทางชีวิตแต่งงานของเราเสมอมาคือ มีศรัทธาแสวงหาอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าก่อน เราเรียนรู้ว่าศรัทธาอันไม่สั่นคลอนในพระเจ้าช่วยเพิ่มความหวานชื่นให้ความรักในชีวิตแต่งงาน ศรัทธาในพระองค์เพิ่มความสามารถที่จะรัก ทั้งคุณภาพและปริมาณ

Russell M. and Dantzel Nelson50 กว่าปีมาแล้วที่เราเป็นหนุ่มสาวเช่นเดียวกับท่านเวลานี้ รูปนี้ถ่ายในสมัยนั้น เราทั้งคู่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าเรียนแพทย์ปีสอง ส่วนเธอเรียนปีหนึ่งด้านวิชาการ เรารักกันมาก ข้าพเจ้าคิดว่าท่านรู้สึกได้จากภาพ พี่น้องครับ ท่านคงจะไม่ตำหนิข้าพเจ้าใช่ไหมครับที่รักเธอ

ขอบคุณมากครับที่ให้ดูรูป เราไม่เหมือนในรูปแล้ว สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ซิสเตอร์เนลสันสวยขึ้นด้วยซ้ำ

อาชีพอายุรแพทย์ของข้าพเจ้าสิ้นสุดลงแล้ว ศัลยกรรมมากมายของข้าพเจ้าเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด เช่นเดียวกัน

ซิสเตอร์เนลสันมีความรับผิดชอบที่เรียกร้องอย่างมากในฐานะคุณแม่ของลูกสิบคน ข้าพเจ้าลืมบอกไปว่าลูกเก้าคนแรกของเราเป็นเด็กผู้หญิงล้วน บ้านของเราเหมือนหอพักหญิง จนลูกชายคนเดียวของเราเกิดตามมา หนูน้อยที่น่าสงสาร เขาไม่รู้ว่าใครคือคุณแม่ตัวจริงในช่วงสองขวบแรกของเขา

ชีวิตของซิสเตอร์เนลสันโตเต็มที่ เธอรับบทบาทที่เข้มงวดน้อยลงในฐานะคุณยายของหลานๆ ซึ่งหลายคนอยู่ที่นี่คืนนี้ ขอให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกครอบครัวเรายืนขึ้นสักครู่ได้ไหมครับ ข้าพเจ้าขอให้ช่างภาพหันกล้องไปที่คนเหล่านั้นเพื่อคนอื่นจะมองเห็นได้ เราได้รับพรที่มีหลาน 56 คนและเหลน 14 คน หลานคนล่าสุดอยู่ที่นี่ อายุเพียงสองสัปดาห์ คิดว่าจำนวนกำลังจะเพิ่มขึ้น

ข้าพเจ้าคิดอยู่ว่าจะให้ท่านดูรูปสมาชิกครอบครัวทั้ง 106 คนของเรา แต่พอนึกถึงคุณย่าเมื่อท่านนั่งในเครื่องบินข้างๆ คนแปลกหน้า การสนทนาอย่างออกรสของท่านนำไปสู่คำถามที่ว่า “คุณอยากดูรูปหลานๆ ของฉันไหมละคะ”

เพื่อนร่วมทางตอบว่า “ไม่ละขอบคุณ”

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจะไม่ให้ดูรูปอีกเพราะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ความสวยงามของครอบครัวเราเป็นยิ่งกว่าภาพที่เห็น เราสวยงามทางวิญญาณภาพ สมาชิกสองคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็มีลักษณะเฉพาะตัวและพิเศษ

อะไรสำคัญที่สุดต่อซิสเตอร์เนลสันและข้าพเจ้าเวลานี้ เราเป็นสามีภรรยาที่ได้แต่งงานเพื่อกาลเวลาและนิรันดร ลูกๆ ของเราเกิดในพันธสัญญาและผนึกกับเราตลอดกาล ความรู้นี้ทำให้เราเกิดปีติอย่างยิ่ง

สมัยที่เราแต่งงานในพระวิหาร เรารู้เรื่องพระคัมภีร์ไม่มากนัก แต่เรารู้จักมัทธิว 6:33 “ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” ตามที่กล่าวไว้แล้ว พระคัมภีร์ข้อนี้กลายเป็นดาวนำทางให้การตัดสินใจทุกเรื่องของเรา หลายปีต่อมาเราเรียนรู้ว่าการแปลของโจเซฟ สมิธในข้อนั้นจับใจและชัดเจนมากกว่าเดิม “อย่าแสวงหาสิ่งของของโลกนี้แต่จงพยายามเสริมสร้างอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าและตั้งความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ท่าน” (JST, Matthew 6:38) พระคัมภีร์ข้อนี้นำทางเราเป็นอย่างดี ข้าพเจ้าได้รับแรงบันดาลใจจากสตรีแห่งศรัทธาที่ยืนเคียงข้างข้าพเจ้าตลอดเวลาที่ผ่านมา พรซึ่งมีความหมายที่สุดมาสู่ข้าพเจ้าก็เพราะเธอ

กาลเวลาเปลี่ยนไปในครึ่งศตวรรษ โลกกำลังป่วยทางวิญญาณ ความเจ็บป่วยดังกล่าวลุกลามอย่างรวดเร็ว การล่อลวงให้ทำบาปรุนแรงกว่าสมัยของเรา ท่านเข้าสู่วัฒนธรรมผู้บริโภคที่ฝังแน่นอยู่กับเป้าหมายทางวัตถุ มหาชนบูชาศาลเจ้าแห่งความเห็นแก่ตัว เสียงดังปกป้องคำสอนเทียมเท็จที่ว่ารูปแบบชีวิตมีค่าเท่ากันหมด ผู้คนต้องการสิทธิมากกว่าความรับผิดชอบ ดูเหมือนพวกเขาจะห่วงเรื่องสิทธิมากกว่าดวงปัญญา การเป็นบิดาที่รับผิดชอบถูกนิยามว่าคือการเยี่ยมรายสัปดาห์และการช่วยเหลือทางการเงิน สรุปคือ เราเผชิญกับศีลธรรมที่พลิกผันจนความคิดอ่านเราสับสน

ในสภาพแวดล้อมของความเสื่อมทางวิญญาณ หนุ่มสาวของศาสนาจักรเข้ามาสู่เวทีโลก ท่านมีรากฐานอันมั่นคงของศรัทธา ท่านคือต้นแบบทั้งในการเป็นคู่รักและการแต่งงาน ท่านรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ท่านยืนหยัดแน่วแน่ ท่านรู้จักคำสอนของพระเจ้า และจะสอนสิ่งนี้แก่ลูกหลานของท่านด้วย ท่านคือ “ความหวังอิสราเอลกองทัพไซอัน เผ่าพันธุ์ของวันที่สัญญา”2 ท่านมีพลังทางวิญญาณมากกว่าเราเมื่ออายุเท่าท่าน ขณะก้าวไปสู่สมรภูมิชีวิต ท่านถูกนับอยู่กับ “ผู้คนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า…กระจัดกระจายอยู่ตาม…แผ่นดินโลก…มีอาวุธคือความชอบธรรมกับอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าในรัศมีภาพอันยิ่งใหญ่” (1 นีไฟ 14:14) เราภูมิใจในตัวท่านมากมาก

ขณะที่ซิสเตอร์เนลสันกับข้าพเจ้ามองย้อนกลับไป เราบอกได้ด้วยความสัตย์จริงว่าครอบครัวเราและการเป็นสมาชิกในศาสนาจักรสำคัญต่อเรามากที่สุด เราขอบพระทัยอย่างยิ่งที่เราเอาใจใส่คำแนะนำของผู้นำศาสนาจักรให้แต่งงานในพระวิหาร นำลูกๆ เข้ามาในครอบครัว และรับใช้พระเจ้า! หากเราให้การศึกษา มาก่อน ครอบครัว เราคงไม่ได้รับพรอย่างเช่นทุกวันนี้ การศึกษาเป็นกระบวนการที่ยาวนานมากสำหรับเรา ข้าพเจ้าใช้เวลานานกว่าจะได้ปริญญาเอกสองใบ จากนั้นก็ต้องดิ้นรนอีกหลายปีเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ ข้าพเจ้าไม่ได้ส่งใบเสร็จค่าผ่าตัดจนออกจากโรงเรียนแพทย์มานานกว่า 12 ปี ตอนนั้นเรามีลูกห้าคนแล้ว แต่เราก็ส่ง

ข้าพเจ้ายกย่องซิสเตอร์เนลสันผู้ไม่เคยบ่นว่าเพราะต้องกระเหม็ดกระแหม่ ข้าพเจ้าจำประสบการณ์คืนหนึ่งในเมืองบอสตันได้ เรากำลังเดินไปตามถนนบอยล์สตันผ่านร้านเฟอร์นิเจอร์ร้านหนึ่ง ซิสเตอร์เนลสันแนบจมูกกับกระจกตู้โชว์และถามว่า “คุณคิดว่าเราจะมีเงินซื้อโคมไฟสักดวงไหมคะ”

พี่น้องชายครับ ข้าพเจ้าขอแนะนำท่านให้มองหาคู่ชีวิตที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลเช่นซิสเตอร์เนลสัน พี่น้องหญิงครับ ข้าพเจ้าขอแนะนำท่านให้ผลักดันสามีจนเป็นอย่างที่เขาจะเป็นได้ แม้ต้องใช้เวลานาน

เราลิ้มรสความสำเร็จและความเศร้าโศกของชีวิตมาแล้ว เรารับมือกับความผิดหวัง โรคภัย และความตายในบรรดาลูกๆ ของเรามาแล้ว แต่ความตายแบ่งแยกครอบครัวที่ผนึกในพระวิหารไม่ได้ ช่วงเวลาของการพลัดพรากเป็นเพียงชั่วคราว ขอบพระทัยแผนแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ช่วยให้เราเผชิญอนาคตด้วยศรัทธากล้าและการมองโลกในแง่ดี

ซิสเตอร์เนลสันกับข้าพเจ้าเรียนรู้ว่าชีวิตไม่ใช่ละครหนึ่งฉาก มีช่วงก่อนมรรตัยจริงๆ และมีชีวิตหลังความตายจริงๆ ช่วงเวลาก่อนมรรตัยและช่วงที่เป็นมรรตัยคือช่วงเวลาโหมโรงให้ชีวิตหลังความตายของเรา ความรู้เกี่ยวกับรัศมีภาพสามระดับดังที่เปิดเผยต่อศาสดาทำให้เรามองเห็นศักยภาพหลังมรรตัยของเราแว็บหนึ่ง3 ชีวิตนิรันดร์นั้นล้ำเลิศและควรค่าแก่การแสวงหา

ช่วงเวลาก่อนเกิดมีรากฐานสำคัญทางคำสอนที่เสริมศรัทธาของเรา เวลานั้นพระกิตติคุณอันเป็นนิจเข้าประจำที่ ก่อนการวางรากฐานของโลก แผนแห่งความรอดถูกเตรียมไว้4 รวมถึงความเป็นไปได้ของการสืบทอดมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าด้วย5

ศูนย์กลางของแผนแห่งความรอดคือการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ ที่สภาในโลกก่อนเกิด พระบิดาทรงแต่งตั้งพระองค์ล่วงหน้าให้ชดใช้บาปของเราและทำลายสายรัดแห่งความตายทางร่างกายและทางวิญญาณ6 พระเยซูทรงประกาศว่า “เรา…ถูกเตรียมไว้นับแต่การวางรากฐานของโลกเพื่อไถ่ผู้คนของเรา…ในเรามนุษยชาติทั้งปวงจะมีความสว่างและเป็นนิรันดร์ แม้คนที่จะเชื่อในนามของเรา” (อีเธอร์ 3:14) ต่อมา เปาโลเพิ่มเติมว่าศาสนาจักร “ถูกประดิษฐานขึ้นบนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก” (เอเฟซัส 2:20)

แก่นแท้ที่อยู่ในแผนของพระผู้เป็นเจ้าคือครอบครัว ความจริงแล้วจุดประสงค์ของแผนคือเพื่อยกครอบครัวให้สูงส่ง พระองค์ทรงสร้างโลกเพื่อให้เราซึ่งเป็นลูกทางวิญญาณก่อนเกิดของพระบิดาบนสวรรค์มารับร่างกาย เราอยู่ที่นี่เพื่อรับการทดลองและทดสอบ7 เราอยู่ที่นี่เพื่อ “เลือกเสรีภาพและชีวิตนิรันดร์…หรือเลือกการเป็นเชลยและความตาย” (2 นีไฟ 2:27) และที่ดียิ่งกว่าสิ่งใดคือ เราได้รับอนุญาตให้ตกหลุมรัก แต่งงาน และนำลูกๆ เข้ามาในครอบครัวเรา

พรบางอย่างถูกสงวนไว้สำหรับยุคสุดท้าย พระเจ้าทรงวางแผนเปิดเผย “ข้อความซึ่งปิดซ่อนไว้ตั้งแต่เดิมสร้างโลก” (มัทธิว 13:35) ข้อความเหล่านั้นรวมถึงการเปิดเผยที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์มอรมอน8 ตลอดจนพิธีการและพันธสัญญาของพระวิหารศักดิ์สิทธิ์9พระเจ้าทรงประกาศต่อศาสดาโจเซฟ สมิธว่า “เรายินยอมเปิดเผยต่อศาสนาจักรของเราถึงสิ่งซึ่งถูกซ่อนเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนการวางรากฐานของโลก สิ่งที่เกี่ยวกับสมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา” (ค.พ. 124:41)

“พิธีบัพติศมาแทนคนตาย…ถูกตั้งไว้ [ด้วย] ตั้งแต่ก่อนการวางรากฐานของโลก” (ค.พ. 124:33) เพราะเหตุนี้ความรอดจึงมาถึงคนที่ “ตายโดยปราศจากความรู้ถึงพระกิตติคุณ” (ค.พ. 128:5) มีห่วงเชื่อมระหว่างชั่วอายุต่างๆ ที่ความเป็นหนึ่งโดยสมบูรณ์ครบถ้วนของสมัยการประทาน กุญแจ พลังอำนาจ และรัศมีภาพควรเกิดขึ้น10การเชื่อมชั่วอายุต่างๆ เข้าด้วยกันสำคัญถึงขนาดว่าจุดประสงค์ของแผ่นดินโลกและจุดประสงค์ของศาสนาจักรจะสำเร็จไปไม่ได้หากครอบครัวไม่ผนึกในพระวิหารศักดิ์สิทธิ์11

การเตรียมรับชีวิตนี้ของเราเริ่มต้นในอาณาจักรก่อนเกิด ก่อนการวางรากฐานของโลก เราแต่ละคนอยู่เป็นลูกทางวิญญาณกับบิดามารดาสวรรค์ของเรา ในพวกเรามีคนที่สูงส่งและยิ่งใหญ่12 เอบราแฮม13 เยเรมีย์14 โจเซฟ สมิธ15 และคนอื่นๆ16 ถูกกำหนดให้เป็นศาสดาของพระผู้เป็นเจ้า บางคนต้องเป็นมรณสักขีในอุดมการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์17 รูปแบบการประสาทฐานะปุโรหิตคือ “ลงมาจากบรรพบุรุษจากการเริ่มต้นของเวลา…แม้…ก่อนการวางรากฐานของโลก” (เอบราแฮม 1:3)

พระเจ้าทรงสอนว่า “เพื่อให้บรรลุถึงระดับสูงสุด [รัศมีภาพชั้นสูง] มนุษย์ต้องเข้าสู่ฐานะนี้ของฐานะปุโรหิต [หมายถึงพันธสัญญาใหม่และเป็นนิจของการแต่งงาน]

Wและหากเขาไม่ทำเขาจะบรรลุไม่ได้” (ค.พ. 131:2-3)

พี่น้องสตรีได้รับของประทานพิเศษ ตามบัญญัติของพระเจ้า พวกเธอสามารถ “ทำให้ทวีและเติมให้เต็มแผ่นดินโลก…และทำให้สัญญาสำเร็จซึ่งพระบิดาของเราประทานไว้ก่อนการวางรากฐานของโลก…เพื่อความสูงส่งของพวกเขาในบรรดาโลกนิรันดร์ เพื่อเขาจะเกิดจิตวิญญาณของคน…งานของพระบิดาของเราดำเนินต่อไปในนี้ เพื่อพระองค์จะทรงบารมี” (ค.พ. 132:63) ลองนึกถึงอานุภาพของประกาศิตดังกล่าวสิครับ เมื่อมารดาให้กำเนิดและดูแลบุตรอย่างมีค่าควร เธอไม่เพียงช่วยแผ่นดินโลกสนับสนุนเจตจำนงของการสร้างเท่านั้น18 เธอเฉลิมพระบารมีพระผู้เป็นเจ้าด้วย

เราในฐานะบุตรแห่งพันธสัญญาได้รับเลือกให้รับใช้พระผู้ช่วยให้รอด อัครสาวกเปาโลสอนว่า พระเจ้า “ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก” (เอเฟซัส 1:4)19 ส่วนหนึ่งของการแต่งตั้งล่วงหน้าคือ พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้เราได้รับพรของพระองค์ โดยทรงมอบพรเหล่านั้นตามการเชื่อฟังกฎซึ่งในนั้นกำหนดพรของพระองค์ไว้20

เงื่อนไขประการหนึ่งเกี่ยวข้องกับความจำเป็นที่เราต้องเอาชนะการล่อลวงทางโลก21ก่อนสร้างโลก การตรงกันข้ามจากซาตานได้รับอนุญาตให้มา22 เขาต่อต้านงานศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้ช่วยให้รอดเสมอและจะทำเช่นนั้นต่อไป เขาคัดค้านศาสดาและพระคัมภีร์แห่งการฟื้นฟู และในสมัยของเรา ซาตานเลือกขับเคี่ยวกับหัวใจของแผนของพระผู้เป็นเจ้าโดยตรง นั่นคือครอบครัว เครื่องหมายการโจมตีของเขาล้วนเกี่ยวกับเรา จำนวนผู้ใหญ่ที่แต่งงานลดลง23 เช่นเดียวกับอัตราการเกิด24 อายุที่ชายหญิงจะแต่งงานกันเพิ่มขึ้น25 เช่นเดียวกับจำนวนชายหญิงที่ไม่แต่งงาน26 การผิดศีลธรรมและสื่อลามกแพร่ไปทั่วและก่อความเสียหาย27

เนื่องด้วยความเจ็บป่วยทางวิญญาณเช่นนั้นล้วนเกี่ยวกับเรา จึงต้องใช้ศรัทธาที่แท้จริงในพระเจ้าและในพระกิตติคุณของพระองค์เพื่อต้านการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ข้าพเจ้าขอให้ท่านปฏิเสธตนจากความไม่เป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าทุกอย่าง ทั้งทางร่างกายและทางวิญญาณ28จงยึดเหล็กเส้นแห่งพระกิตติคุณไว้ให้มั่น

พี่น้องชายหญิงทั้งหลาย ก่อนโลกเป็นมา พระกิตติคุณเป็นศูนย์กลางแห่งแผนนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้า นี่คือพระกิตติคุณอันเป็นนิจ---ที่เวลานี้ได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์29 ด้วยรากฐานเช่นนั้น ศาสนาจักรจะไม่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากที่30 แม้จนถึงมิลเลเนียม31 พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เป็นรากฐานอันแน่นอนที่เราจะสร้างศรัทธาบนนั้นได้ เราบางคนอ่อนแอ บางคนเข้มแข็ง เราอาจคลอนแคลน “เหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา” (ยากอบ 1:6) หรืออาจตรึงแน่นอยู่กับสมอเหล็กกล้าทางวิญญาณ หยั่งรากและฝังลึกในความจริงนิรันดร์ของพระกิตติคุณ32

ศรัทธาเช่นนั้นจะไม่ป้องกันปัญหาชีวิต แต่จะช่วยเมื่อเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นอย่างที่คิด เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดี อุบัติเหตุเกิดขึ้น คู่แต่งงานบางคู่อาจไม่มีบุตร อีกหลายคนอาจไม่ได้แต่งงานในชีวิตนี้หรืออาจพบว่าตนแต่งงานกับคนที่ไม่รักษาพระบัญญัติ พระเจ้าทรงทราบสภาวการณ์เหล่านี้ พระองค์จะทรงมอบพรทั้งหมดที่เตรียมไว้ให้บุตรที่ซื่อสัตย์ในวิธีของพระองค์และในเวลาของพระองค์33 จงชอบธรรม จงอดทน มีมุมมองนิรันดร์ และท่านจะได้รับความคุ้มครอง34

ตั้งแต่โบราณกาล ท่านจะเห็นว่าอัครสาวกและศาสดาสอนหลักปฏิบัติ เราไม่สอนข้อยกเว้นของหลักปฏิบัติ ข้อยกเว้นถูกทิ้งไว้กับสิทธิ์เสรีและความรับผิดชอบส่วนตัว พระเจ้าทรงทราบว่าเราอยู่ในโลกที่ไม่ดีพร้อม พระองค์ทรงทราบว่าโลก “กำลังสุกในความเลวร้าย” (ค.พ. 18:6) การพิพากษาของพระองค์เที่ยงธรรม ยุติธรรม และเปี่ยมด้วยพระเมตตา

สิบปีที่แล้ว ฝ่ายประธานสูงสุดและสภาอัครสาวกสิบสองเห็นความเสื่อมทางวิญญาณล่วงหน้าจึงได้เตรียมถ้อยแถลงต่อโลกเรื่องครอบครัวซึ่งเหมาะกับปัจจุบันนี้มาก เราประกาศ “ว่าการแต่งงานระหว่างชายและหญิงได้รับการแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า และว่าครอบครัวเป็นศูนย์กลางต่อแผนของพระผู้สร้าง เพื่อจุดหมายปลายทางนิรันดร์ของลูก ๆ ของพระองค์

“มนุษย์ทั้งหลาย – ชายและหญิง – ได้รับการสร้างในพระฉายาของพระผู้เป็นเจ้า แต่ละคนเป็นบุตรหรือธิดาทางวิญญาณที่รักของพระบิดาพระมารดาแห่งสวรรค์ และด้วยเหตุนี้ แต่ละคนจึงมีคุณลักษณะและจุดหมายปลายทางแห่งสวรรค์ เพศเป็นลักษณะสำคัญยิ่งของแต่ละบุคคล ก่อนชีวิตมตะ ขณะมีชีวิตมตะ และเป็นเครื่องบ่งบอกบุคลิกลักษณะและจุดประสงค์นิรันดร์…

“พระบัญญัติข้อแรกที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้แอดัมและอีฟเกี่ยวข้องกับศักยภาพของพวกเขาในฐานะสามีภรรยาเพื่อเป็นบิดามารดา เราประกาศว่าพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าที่ให้ลูก ๆ ของพระองค์ทวีขึ้นและเติมให้เต็มแผ่นดินโลกยังมีผลบังคับ เราขอประกาศต่อไปว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาว่า อำนาจการสร้างอันศักดิ์สิทธิ์นั้นจะต้องใช้ในระหว่างชายและหญิงผู้ซึ่งแต่งงานตามกฎหมายในฐานะสามีและภรรยาเท่านั้น

“เราขอประกาศว่า วิถีทางที่ชีวิตมตะถูกสร้างขึ้นนั้นเป็นการแต่งตั้งจากสวรรค์ เรายืนยันถึงการชำระชีวิตให้บริสุทธิ์ และความสำคัญของสิ่งนี้ในแผนนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้า”

เพื่อนที่รักขอให้จดจำคำเตือนต่อไปนี้ “ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนพันธสัญญาแห่งพรหมจรรย์ . . . ผู้ที่ทำร้ายคู่ครองหรือลูก ๆ หรือคนที่ล้มเหลวในการทำให้ความรับผิดชอบในครอบครัวสำเร็จ วันหนึ่งเขาจะยืนชี้แจงต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า ยิ่งกว่านั้น เราเตือนว่า การแตกสลายของครอบครัวจะนำภัยพิบัติมาสู่คนเหล่านั้น สังคม และประชาชาติดังที่ศาสดาในสมัยโบราณและปัจจุบันพยากรณ์ไว้” (“ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก” เลียโฮนา มิถุนายน 1996 หน้า 10)

หากท่านจะเอาใจใส่ถ้อยแถลงดังกล่าว พี่น้องทั้งหลาย ท่านจะได้รับพร พระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์และทรงรักเรา35ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์ เราสามารถส่งเสริมศรัทธาและครอบครัวของเรา เราจะคู่ควรแก่คำสัญญาจากพระเจ้าที่ว่า “หากชายแต่งภริยาโดยคำของเรา…และโดยพันธสัญญาใหม่และเป็นนิจ และผนึกมันไว้กับคนทั้งสองโดยพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์แห่งคำสัญญา…[คนทั้งสอง] จะรับบัลลังก์ บรรดาอาณาจักร เขตปกครอง…อำนาจ [และ] การครอบครอง…เป็นมรดก” (ค.พ. 132:19)

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าศรัทธาของท่านและครอบครัวของท่านจะนำปีติใหญ่หลวงมาให้ท่านที่นี่และหลังจากนี้ พระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์ ศาสนาจักรของพระองค์ได้รับการฟื้นฟู ศาสดาของพระองค์ ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์นำเรา ข้าพเจ้าฝากความรักและพรไว้กับหนุ่มสาวที่รักทุกท่านของศาสนาจักร ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

อ้างอิง

1. ดู 1 โครินธ์ 11:11

2. ดู “ความหวังอิสราเอล” เพลงสวด หน้า 121

3. ดู 1 โครินธ์ 15:40-41; ค.พ. 76:50-113; 88:17-32; Joseph Smith Translation, 1 Corinthians 15:40

4. ดู 1 นีไฟ 10:18; โมไซยา 15:19; แอลมา 12:25, 30; 18:39; 22:13-14; 42:26; ค.พ. 76:12-13

5. พระเจ้าตรัสกับผู้คนในโลกเก่าว่า “ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก” (มัทธิว 25:34) ผู้คนในอเมริกาสมัยโบราณได้รับการสอนด้วยว่า “คนที่เชื่อแล้วในพระผู้บริสุทธิ์ของอิสราเอล…จะได้รับอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าเป็นมรดก ซึ่งมีเตรียมไว้สำหรับเขาตั้งแต่การวางรากฐานของโลก” (2 นีไฟ 9:18, ดู อีเธอร์ 4:19 ด้วย)

6. ดู ยอห์น 17:5, 24; 1 เปโตร 1:19-20; โมไซยา 4:6-7; 18:13; 3 นีไฟ 26:3-5; ค.พ. 93:7-9; โมเสส 5:57; Joseph Smith Translation, Genesis 5:43; 14:30-31.

7. ดู เอบราแฮม 3:24-25

8. ดู 2 นีไฟ 27:10

9. ดู ค.พ. 124:40-41

10. ดู ค.พ. 128:18

11. ดู ค.พ. 138:47-48; ดู ค.พ. 110:14-16; 2:1-3; โจเซฟ สมิธ-ประวัติ 1:39 ด้วย

12. ดู แอลมา 13:3, 5, 7; ค.พ. 132:28; 138:55-56; เอบราแฮม 3:22-23

13. ดู เอบราแฮม 3:23

14. ดู เยเรมีย์ 1:4-5

15. ดู 2 นีไฟ 3:5-15; ค.พ. 127:2; 138:53-55

16. ดู ค.พ. 138:53

17. ดู ลูกา 11:49-51

29. ดู ค.พ. 49:16-17

19. ดู เอเฟซัส 1:5 เปาโลสอนด้วยว่า พระผู้เป็นเจ้า “ทรงช่วยให้เรารอด และทรงให้เรามาเป็นผู้รับใช้ของพระองค์…เพราะเห็นแก่พระประสงค์ของพระองค์เอง และพระคุณซึ่งทรงประทานแก่เราในพระเยซูคริสต์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มานั้น” (2 ทิโมธี 1:9; ดู ค.พ. 38:1-4; เอบราแฮม 3:22-26 ด้วย) เราต้องเห็นว่า พระคัมภีร์มอรมอนมีไว้เพื่อ “แสดงแก่ผู้ที่เหลืออยู่ของเชื้อสายอิสราเอลว่าพระเจ้าทรงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรบ้างเพื่อบรรพบุรุษของเขา และเพื่อเขาจะได้รู้จักพันธสัญญาของพระเจ้า” (พระคัมภีร์มอรมอน หน้าชื่อเรื่อง)

20. ดู ค.พ. 130:20-21; 132:5, 11-12

21. ดู 2 นีไฟ 2:11-13

22. ดู Joseph Smith Translation, Revelation 12:6-8

23. ดู David Popenoe and Barbara Defoe Whitehead, The State of Our Unions 2004: The Social Health of Marriage in America (Rutgers University: The National Marriage Project, June 2004), 16-18 (http://marriage.rutgers.edu/)

24. ดู Popenoe and Whitehead, The State of Our Unions, 21-23

25. Jason Fields, “America’s Families and Living Arrangements: 2003,” U. S. Census Bureau, Nov. 2004, 12-13 (www. Census.gov/prod/2004pubs/p20-553.pdf).

26. ดู Popenoe and Whitehead, The State of Our Unions, 20-21.

27. B. J. Sigesmund, “XXX-ceptable,” Newsweek Web Exclusive, July 2, 2003 (www.keepmedia.com/pubs/Newsweek/2003/07/02/309790).สื่อลามกเป็นธุรกิจใหญ่ในสหรัฐ มีรายงานว่าสร้างรายได้ 12 พันล้านเหรียญทุกปี (ดู www.internetfilterreview.com/internet-pornography-statistices.html).

28. ดู โมโรไน 10:32; Joseph Smith Translation, Matthew 16:26.

29. ดู กิจการ 3:20-21

30. ดู ดาเนียล 2:28, 31-44; ค.พ. 65:2-6; 124:45

31. ดู Bruce R. McConkie, The Millennial Messiah (1982), 672.

32. ดู เอเฟซัส 3:17-19; โคโลสี 2:6-7; ดู ฮีลามัน 5:12 ด้วย จำไว้ว่าคนมีปัญญาสร้างบ้านบนศิลาไม่ใช่บนทราย (ดู มัทธิว 7:24-27)

33. ดู ค.พ. 130:20-21

34. มุมมองจำกัดของคนเราควรมีขอบเขตนิรันดร์ เปาโลสอนว่า “ถ้าในชีวิตนี้ พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง” (1 โครินธ์ 15:19)

35. ดู 1 นีไฟ 11:16-17

 
Arrow icon acting as a button to Previous Page Previous      
© 2008 Intellectual Reserve, Inc. All rights reserved.   Rights and use information.  Privacy policy